10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

เมื่อเริ่มศักราชใหม่ แน่นอนว่าตลาดซื้อขายนักเตะช่วงวินเทอร์ ประจำฤดูกาล 2020/21 ก็ได้เปิดฉากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าในปีนี้ตลาดการซื้อขายค่อนข้างซบเซา เนื่องด้วยการระบาดของไวรัส COVID-19 ในปีที่ผ่านมา นั่นจึงส่งผลกระทบโดยตรงในวงการฟุตบอล ทำให้หลายทีมขาดรายได้มหาศาล และไม่อยากเสี่ยงที่จะใช้เงินเพื่อทุ่มซื้อนักเตะคนใหม่เข้าสู่ทีม

เราจะพาย้อนกลับไปดูช่วงที่หลาย ๆ ทีม ทุ่มเงินซื้อนักเตะ จนเกิดเป็นดีลสะเทือนวงการลูกหนังมาแล้วมากมาย และนี่คือ 10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

1. เอแดน อาซาร์ (ย้ายจาก เชลซี ไป เรอัล มาดริด : กำไร 80 ล้านยูโร)

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

อาซาร์ ย้ายจาก ลีลล์ ทีมในลีกเอิง ไปร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร เมื่อปี 2012 และเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมายตลอด 7 ปี ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะควักเงิน 115 ล้านยูโรดึงตัว ดาวเตะชาวเบลเยียม ไปร่วมทีมในปี 2019

2. มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ (ย้ายจาก อาแจ็กซ์ ไป ยูเวนตุส : กำไร 85.5 ล้านยูโร)

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

เดอ ลิกต์ อยู่กับ อาแจ็กซ์ มาตั้งแต่ 9 ขวบ เรียกได้ว่าเป็นเด็กปั้นอย่างแท้จริง เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมชุดใหญ่ด้วยเพียง 19 ปี โดยซีซั่น 2018-19 เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีส่วนสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ลีก, ลีก คัพ และทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ ยูเวนตุส ต้องทุ่มทุน 85.5 ล้านยูโรเพื่อดึงตัวกองหลังรายนี้ไปร่วมทัพ

3. แกเร็ธ เบล (ย้ายจาก สเปอร์ส ไป เรอัล มาดริด : กำไร 86.3 ล้านยูโร)

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

สเปอร์ส คว้า เบล มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ตั้งแต่ตอนยังเป็นดาวรุ่ง ด้วยค่าตัว 14.7 ก่อนที่จะขายให้ เรอัล มาดริด ในเดือนกันยายน 2013 เป็นเงินจำนวนถึง 101 ล้านยูโร ซึ่งเป็นค่าตัวสถิติโลกในตอนนั้นเมื่อ 7 ปีก่อน และในฤดูกาล 2020-21 ปีกทีมชาติเวลส์ ก็หวนคืนสู่ ไก่เดือยทอง อีกครั้งในฤดูกาลนี้ ด้วยสัญญายืมตัว

4. เนย์มาร์ (ย้ายจาก ซานโต๊ส ไป บาร์เซโลนา : กำไร 88.2 ล้านยูโร)

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

เนย์มาร์ อยู่กับ ซานโต๊ส สโมสรในบ้านเกิด ตั้งแต่ปี 2003 ด้วยทักษะความสามารถที่โดดเด่น ทำให้หลายทีมในยุโรปให้ความสนใจ และเป็น บาร์เซโลน่า ที่ทุ่มเงิน 88.2 ล้านยูโรคว้า กองหน้าทีมชาติบราซิล ไปร่วมทีมในปี 2013 แน่นอนนี่ถือเป็นการซื้อขายที่ทำกำไรไม่ใช่แค่กับ ซานโต๊ส แต่เป็นกำไรของ บาร์ซ่า ในอนาคตอีกด้วย

5. ปอล ป็อกบา (ย้ายจาก ยูเวนตุส ไป แมนยูฯ : กำไร 105 ล้านยูโร)

ยูเวนตุส ดึง ปอล ป็อกบา มาจาก แมนยูฯ แบบฟรี ๆ ตอนที่ยังเป็นดาวรุ่ง เมื่อปี 2012 แต่ต่อมา ป็อกบา แจ้งเกิดกลายเป็นดาวรุ่งที่มีฟอร์มร้อนแรง โดยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกแทบทุกปีที่อยู่กับ ยูเวนตุส และพาทีมทะลุไปถึงรอบชิงศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2014/15 ก่อนที่จะผ่ายต่อ บาร์เซโลน่า อย่างน่าเสียดาย และในปี 2016 แมนยูฯ ก็ซื้อคืนไปด้วยค่าตัวสถิติโลก 105 ล้านยูโร

6. อุสมาน เดมเบเล่ (ย้ายจาก ดอร์ทมุนด์ ไป บาร์เซโลนา : กำไร 123 ล้านยูโร)

ปี 2016 ดอร์ทมุนด์ เห็นแวว เดมเบเล่ จึงทำการดึงตัวเจ้าหนูวันเดอร์คิดรายนี้ จาก แรนส์ ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร ซึ่ง 2 ปีต่อมา ปีกวัยดาวรุ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับ ดอร์ทมุนด์ ทำให้เตะตาแมวมองสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า และได้ทำการเจรจาซื้อตัวในที่สุด 138 ล้านยูโร เมื่อปี 2018

7. ชูเอา เฟลิกซ์ (ย้ายจาก เบนฟิก้า ไป แอตฯ มาดริด : กำไร 126 ล้านยูโร)

เบนฟิก้า ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมจอมปั้นนักเตะสู่ตลาด และพวกเขาทำเงินได้อย่างมากมายจากการขายนักเตะอย่าง แบร์นาโด้ ซิลวา, เอแดร์ซอน, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, เรนาโต้ ซานเชส แต่ที่ฮือฮาสุด ๆ ก็คือ ชูเอา เฟลิกซ์ เด็กปั้นของสโมสร ที่เจ้าตัวอยู่กับทีมตั้งแต่ 7 ขวบ เขาสามรถระเบิดฟอร์มเทพบนเวทียุโรป จนทำให้ แอตฯ มาดริด ยอมทุ่มเงินถึง 126 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวไปร่วมทัพในปี 2019

8. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป บาร์เซโลนา : กำไร 132 ล้านยูโร)

10 การซื้อขาย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

เมื่อปี 2013 คูตินโญ่ ย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน มาเป็นจอมทัพให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 13 ล้านยูโร  และกลายมาเป็นกองกลางคนสำคัญในที่สุด ด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจกับ ลิเวอร์พูล ทำให้ยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ที่กำลังหาตัวแทนของ เนย์มาร์ ตัดสินใจทุ่มเงินถึง 145 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าตัวของ คูตินโญ่ ในปี 2018 และถือเป็นดีลที่สำคัญสำหรับ หงส์แดง เพราะพวกเขานำเงินจากการขายแนวรุกรายนี้ ไปซื้อนักเตะอย่าง ฟาบินโญ่ และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ในเวลาต่อมา

9. เนย์มาร์ (ย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง : กำไร 133.8 ล้านยูโร)

บาร์ซ่า ปล่อย เนย์มาร์ ให้กับ เปแอสเช ด้วยค่าตัวสถิติโลกถึง 222 ล้านยูโร ในปี 2017 หลังเคยทุ่มเงินคว้าแข้งบราซิลมาจากบ้านเกิด ด้วยค่าตัว 88.2 ล้านยูโร เมื่อปี 2013 แน่นอนว่าไม่มีใครสงสัย หรือเอะใจว่าค่าตัวขนาดนี้จะคุ้มกับฝีเท้าของเจ้าตัวหรือไม่ หากมองภาพรวมของสตาร์รายนี้ในตอนที่อยู่กับ บาร์ซ่า เขาเล่นเข้าขาได้ดีกับ เมสซี่ และมาตรฐานฝีเท้าระดับแนวหน้าของโลก

10. คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (ย้ายจาก โมนาโก ไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง : กำไร 135  ล้านยูโร)

คีลิยัน เอ็มบั๊ป เป็นเด็กปั้นตั้งแต่ชุดเยาวชนของสโมสร โมนาโก เขาสามารถแจ้งเกิดได้ จากการระเบิดฟอร์มได้อย่างโดดเด่นบนเวทียุโรปกับ โมนาโก ฤดูกาล 2016/17 ทำให้หลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต้องการดึงตัวกองหน้าพรสวรรค์สูงไปร่วมทีม และท้ายที่สุดก็เป็นคู่แข่งร่วมลีกอย่าง เปแอสเช ที่ให้ค่าตัวกองหน้ารายนี้สูงถึง 135 ล้านยูโร ในปี 2018

ติดตาม ข่าวกีฬาล่าสุด

ติดตาม ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

ติดตาม ตารางคะแนนล่าสุด