5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ไล่ต้อน อาร์เซน่อล ยึดจ่าฝูงต่อเนื่องใน ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ยังแสดงผลงานโคตรโหดทะลุโควิด หลังจากเปิดรังแอนฟิลด์ ไล่ถลุง อาร์เซน่อล 3-1 ใน ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด พร้อมรักษาสถิติไม่แพ้ใครในรังตัวเองกับการเล่นเกมลีก 61 แมตช์

เปิดเกมมา ลิเวอร์พูลเกือบจะมีผู้เล่นเป็นรองตั้งแต่ช่วงสองนาทีกว่าๆ เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ไปชักศอกใส่คีแรน เทียร์นี่ย์ แต่ผู้ตัดสินกลับให้แค่ใบเหลือง จากนั้นเจ้าบ้านก็ครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จากความผิดพลาดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กองหลังของลิเวอร์พูล ทำให้ทีมต้องเสียประตู

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ได้แสดงให้เห็นถึงความที่ไม่ยอมแพ้และจัดการยิงคืนสามประตูรวดจาก มาเน่, โรเบิร์ตสัน และ ดิโอโก้ โชต้า ทำให้พวกเขาเก็บ 3 คะแนนสำคัญไปได้สำเร็จ ขณะเดียวกันชัยชนะในเกมนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่สามารถป้องกันจังหวะสำคัญช่วยให้ทีมไม่เสียประตูได้อย่างน่าเหลือเชื่อด้วย

สำหรับ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คงทำการบ้านอย่างหนักในการติวเข้มลูกทีมโดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่หละหลวม และการเช็คล้ำหน้าที่ผิดพลาด ซึ่งหากเจอกับทีมที่มีเกมรุกดุดัน โอกาสที่พวกเขาจะเสียประตูก็มีมากเลยทีเดียว

1. ความผิดพลาดของแนวรับ

ความผิดพลาดของแนวรับ

เกมนี้ ลิเวอร์พูล สามารถครองเกมได้ตลอด และดูเหมือน อาร์เซน่อล จะไม่สามารถกดดันเกมรับของเจ้าบ้านได้เลย แต่ด้วยความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้นของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นำไปสู่การเสียประตูอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

จากจังหวะการเปิดบอลของ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส เข้าไปในเขตโทษซึ่งดูแล้วไม่มีความอันตรายแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญ โรเบิร์ตสัน ก็อยู่ตรงจุดที่สามารถสกัดบอลทิ้งได้ แต่เจ้าตัวดันเตะแป้กทำให้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายแบบสบายอุรา

การเล่นเกมรับที่ผิดพลาดก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว กับ ลิเวอร์พูล ในแมตช์ดวลกับ อาร์เซน่อล ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ มาแล้ว ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าตอนนี้กองหลังของพวกเขายังไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับที่แฟนบอลเคยเห็นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

2. “หงส์แดง” สู้สุดใจใน ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

การเสียประตูแรกส่วนใหญ่แล้ว นักเตะมักจะขาดความมั่นใจ และนำไปสู่การเล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ แต่สำหรับในกรณีนี้ไม่มีอยู่ในความคิดของ โรเบิร์ตสัน เพราะเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าถึงจะผิดพลาด แต่ก็สามารถแก้ตัวได้ เขาพยายามเล่นหนักขึ้น เติมเกมทางฝั่งซ้ายเพื่อที่จะช่วยให้ทีมทำประตูตีเสมอให้ได้ และพร้อมที่จะวิ่งมาเล่นเกมรับเพื่อป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูเพิ่ม

ที่สำคัญในเกมนี้ แบ็กซ้ายชาวสกอตติช สามารถประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ 2-1 เมื่ออ่านจังหวะการเปิดบอลของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ได้อย่างแม่นยำ และจัดการสังหารไม่เหลือซาก

นอกจาก โรเบิร์ตสัน แล้วเพื่อนร่วมทีมทุกคนยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจของนักสู้ที่ไม่แสดงความย่อท้อแม้จะตกเป็นรองก็ตาม และเพียงแค่ 10 นาทีหลังจากที่โดนนำพวกเขาสามารถทำประตู ซัดคืน 2 ประตูรวดในครึ่งแรก

3. ความเหนียวของอลีสซง เบ็คเกอร์

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ก่อนที่เกมนี้จะฟาดแข้ง มีรายงานออกมาเป็นระลอกว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ อาจจะไม่สามารถลงสนามได้ แต่สุดท้าย นายประตูชาวบราซิเลียน ก็ลงมาเฝ้าเสาในแมตช์สำคัญนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการได้เห็นโกลรูปหล่อเคราดก ยืนตระหง่านอยู่บริเวณเสาประตู ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลอุ่นใจมากๆ

ฟอร์มในเกมนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่าทำไม ลิเวอร์พูลจึงขาด อลีสซง ไม่ได้ เพราะเขาคือหนึ่งในนักเตะที่มีความสำคัญกับทีมมากๆ ในเกมนี้ (จริงแล้วต้องบอกว่าทุกเกม) เพราะหากไม่ได้ความเหนียวหนึบของเจ้าตัวแมตช์นี้ผลการแข่งขันอาจจะออกมาอีกแบบก็ได้


ในช่วงที่สกอร์นำ 2-1 แนวรับของ ลิเวอร์พูล เช็คล้ำหน้าพลาดถึง 2 ครั้ง แต่ อลีสซง แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในยามที่ต้องดวลกันคู่แข่งแบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะหัวหอกอย่าง ลากาแซตต์ ที่ได้ชื่อว่ามีความเฉียบคมมากๆ โดย นายด่านทีมชาติบราซิล สามารถหยุดจังหวะการยิงของอาร์เซน่อลได้อย่างเหนือเชื่อทั้งสองครั้ง

4. ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โชต้า ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ

 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

นักเตะบางคนการย้ายเข้ามาใหม่จะเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่สำหรับ ดิโอโก้ โชต้า เขาได้ลงเล่นในฐานะนักเตะ “หงส์แดง” ในศึกคาราบาว คัพ จากนั้นก็ได้ลงสนามในแมตช์สำคัญรับมือ อาร์เซน่อล ซึ่งเขาถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 80 และแน่นอนว่า คล็อปป์ ย่อมต้องคาดหวังว่า ดาวเตะเลือดโปรตุกีส จะแผลงฤทธิ์ให้ชื่นใจ

อย่างไรก็ตาม โชต้า แสดงศักยภาพให้ คล็อปป์ และแฟนบอลได้เห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดนี้ เมื่อโชว์การพักบอลก่อนซัดด้วยขวาเรียดพื้นเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างงดงาม

เห็นได้ชัดว่า อดีตดาวเตะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สามารถเล่นในระบบกองหน้า 3 ตัวของทีมได้อย่างเข้าขา และนี่คือสิ่งที่ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องการอย่างมาก เพราะหาก โชต้า ทำผลงานได้แบบนี้ ทีมจะมีตัวเลือกในการเล่นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

5. ฟาบินโญ่-มาเน่ เป็นดาวโดดเด่นที่สุดในเกมนี้

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เกมนี้ ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่โฮลดิ้ง มิดฟิลด์ได้ดีในเกมนี้ สามารถควบคุมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม จัดการกับกองกลางของ อาร์เซน่อล ได้อยู่หมัด โดยเฉพาะการตัด วิลเลี่ยน ออกจากเกมจนไม่สามารแผลงฤทธิ์ได้เลย ที่สำคัญยังมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ ให้แนวรุกได้ตลอด นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีศักยภาพในการยืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก ต้องบอกว่าเขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ครบเครื่องจริงๆ

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ขณะเดียวกัน มาเน่ ก็ต้องบอกว่าเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน ความขยันทุ่มเท และวิ่งไม่มีหยุด แถมยังเล่นด้วยความดุดัน ทำให้เขาสามารถสร้างแรงกดดันใส่เกมรับ อาร์เซน่อล ได้ตลอด รวมไปถึงการอยู่ถูกที่ถูกเวลาและความว่องไวในจังหวะเก็บตัวที่ ซาลาห์ ซัดไปติด เลโน่ จนทำให้ทีมได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม จบเกม ลิเวอร์พูล 3 อาร์เซน่อล 1 ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เก็บ 9 คะแนนเต็มทำสถิติเฮ 5 เกมรวดรวมทุกรายการที่ลงเล่น รั้งรองจ่าฝูง ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยประตูได้ – เสียเป็นรอง เลสเตอร์ ซิตี้

ติดตาม : ข่าวฟุตบอล

ติดตาม : ข่าวกีฬาวันนี้

ติดตาม : ไฮไลท์ฟุตบอล ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด


บทความที่น่าสนใจ