วีรกรรมปล้นในตำนาน พลิกผันให้ “เดอเฮอร์ริเคน”คว้าแชมป์โลกปี1982

  แม้ เรย์ เรียร์ดอน ตำนานสอยคิวชาวเวลส์ จะเป็นนักสนุกเกอร์ที่ดีที่สุดในยุค 70 โดยเฉพาะวีรกรรมการคว้าแชมป์โลก 6 สมัย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในยุคนั้น 

     แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เดอะเฮอร์ริเคน” อเล็กซ์ ฮิกกินส์ อีก 1 ตำนานคิวโลกในยุคนั้น คือนักสอยคิวที่แฟนชื่นชอบมากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยการแทงที่รวดเร็ว สนุก ดุดัน และแมนยำ พร้อมกับมีคาแร็คเตอร์การแทงที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน จนทำให้ตำนานสอยคิวชาวไอร์แลนด์เหนือรายนี้ ถูกยกให้เป็น “people’s champion” หรือขวัญใจแฟนสนุกเกอร์ในยุคนั้น แม้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเขา จะไม่โสภามากนักก็ตาม

     นอกจากลีลาการแทงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนสนุกเกอร์หลายคนแล้ว การโชว์ช็อตมหัศจรรย์ จนเกิดเรื่องเหลือเชื่อบ่อยครั้งในระหว่างการแข่งขัน ก็เป็นเสน่ห์ที่สำคัญอีกอย่างของนักสอยคิวรายนี้ จนทำให้ชื่อของ อเล็กซ์ ฮิกกินส์ ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนสนุกเกอร์หลายคน แม้เขาจะจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อ 10 ปีก่อนก็ตาม ด้วยสาเหตุการเป็นโรคมะเร็ง ในขณะที่อยู่ในวัย 61 ปี

วีรกรรมปล้นในตำนาน พลิกผันให้ "เดอเฮอร์ริเคน"คว้าแชมป์โลกปี1982

     หนึ่งในช็อตมหัศจรรย์ จนถูกกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือวีรกรรมการปล้นไม้เดียวหมดโต๊ะ ในระหว่างแข่งขันชิงแชมป์โลก 1982 รอบรองชนะเลิศกับ จิมมี่ ไวท์(อังกฤษ) เมื่อ 38 ปีก่อน
    
     ศึกชิงแชมป์โลกในครั้งนั้น ได้เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นตั้งแต่รอบแรกเมื่อ สตีฟ เดวิส นักสอยคิวที่ดีที่สุดในเวลาดังกล่าว และมีสถานะเป็นแชมป์เก่า จากการคว้าแชมป์โลกสมัยแรกเมื่อปี 1981 เกิดพลาดท่าร่วงตกรอบแรกในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน จากการแพ้ โทนี่ โนวส์ มือรองบ่อนจากชาติเดียวกัน และสกอร์ที่แพ้ 1-10 เฟรม ก็เป็นผลการแข่งขันที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง

     ซึ่งนั่นคือหนึ่งในอาถรรพ์ของการแข่งขันชิงแชมป์โลก นับตั้งแต่เข้าสู่ยุคโมเดิร์นเมื่อปี 1969 เป็นต้นมา เพราะไม่มีนักสอยคิวคนใด สามารถป้องกันแชมป์โลกได้เลย หลังจากคว้าแชมป์โลกสมัยแรก

วีรกรรมปล้นในตำนาน พลิกผันให้ "เดอเฮอร์ริเคน"คว้าแชมป์โลกปี1982

     เมื่อเต็งแชมป์อย่าง สตีฟ เดวิส พลาดท่าตกรอบก่อนเวลาอันควร ทำให้นักสอยคิวคนอื่นต่างยิ้มร่า เพราะมีโอกาสคว้าแชมป์พอๆกัน ซึ่งก็รวมไปถึง อเล็กซ์ ฮิกกินส์ ด้วย ที่กำลังคั่วแชมป์โลกสมัยที่ 2 หลังจากเคยคว้าแชมป์โลกสมัยแรกเมื่อปี 1972

     อย่างไรก็ตาม ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในขณะนั้นแข่งในระบบ 16 ใน 31 เฟรม หรือใครชนะถึง 16 เฟรมก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ ปรากฏว่า “เดอะเฮอร์ริเคน” ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา เมื่อโดนนักสอยคิวดาวรุ่งพุ่งแรงในเวลานั้นอย่าง จิมมี่ ไวท์ ขึ้นแท่นนำ 15-14 เฟรม แถมในเฟรมที่ 31 นักสอยคิวถนัดซ้าย ได้โอกาสเข้าเบรกยาวจนนำ 59-0 แต้ม ต้องการแดง-สี อีก 1 ชุดแต้มก็จะขาด และจะส่งผลให้เขาเข้าชิงศึกชิงแชมป์โลกสมัยแรกทันที

     ทว่าช็อตต่อมา “สิงห์อีซ้าย”ในวัย 20 ปี เกิดความตื่นเต้น จนใช้เรซตบแดงลูกสำคัญพลาดง่ายๆ จึงเปิดโอกาสให้ อเล็กซ์ ฮิกกินส์ ที่กำลังจะถูกเขี่ยตกรอบอยู่แล้ว ฟื้นขึ้นมาจากหลุม และได้โอกาสปล้น ในขณะที่เหลือแดงอีก 6 ลูก

วีรกรรมปล้นในตำนาน พลิกผันให้ "เดอเฮอร์ริเคน"คว้าแชมป์โลกปี1982

     แต่เส้นทางการปล้นก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะมีแดงติดชิง 2 ลูก ทั้งชิ่งบนและชิ่งล่างซ้าย ขณะที่ดำ ไม่ได้ตั้งที่จุด แต่กลับลอยอยู่กลางโต๊ะด้านล่าง

     จึงทำให้ อเล็กซ์ ฮิกกินส์ ต้องตบช็อตยากแก้ไข ท่ามกลางสถานการณ์หลังพิงฝาที่เต็มไปด้วยความกดดัน ประมาณ 6-7 ช็อต ถึงจะสามารถกลับเข้าสู่เส้นทางการเข้าเบรกที่ง่ายดาย ก่อนที่จะปล้นด้วยการตบหมดโต๊ะในที่สุด พลิกกลับมาชนะด้วยคะแนน 69-59 ในที่สุด ตีเสมอ 15-15 เฟรมอย่างเหลือเชื่อ 

     และนั่นคือการปล้นที่เปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนอันสำคัญ ในการทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น จนเอาชนะ จิมมี่ ไวท์ ในเฟรมตัดสิน และพลิกกลับมาคว้าชัยไปในที่สุด 16-15 เฟรม ผ่านเข้าชิงอย่างเหลือเชื่อ

วีรกรรมปล้นในตำนาน พลิกผันให้ "เดอเฮอร์ริเคน"คว้าแชมป์โลกปี1982

     จากนั้นในรอบชิงชนะเลิศ ตำนานสอยคิวจากไอร์แลนด์เหนือ สามารถเอาชนะ เรย์ เรียร์ดอน คู่ปรับจากเวลส์ไปได้อีก 18-15 เฟรม คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ทั้งๆที่เกือบจะตกม้าตายตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ 

     จนกล่าวได้ว่า วีรกรรมการปล้นในเฟรมที่ 30 ในการดวลคิวรอบรองชนะเลิศ คือหนึ่งในจุดพลิกผันที่สำคัญอย่างแท้จริง ก่อนที่จะคว้าแชมป์โลกในท้ายที่สุด

     สำหรับวีรกรรมการปล้นในตำนานของ อเล็กซ์ ฮิกกินส์ แฟนสนุกเกอร์สามารถหาชมได้ทาง นี้

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง ข่าวกีฬาอื่นๆ มวยไทย หวยเด็ด