เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี ! เจาะ 5 ประเด็นสำคัญก่อน ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี แมตช์ที่เฝ้ารอจะเปิดฉากกันในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 นี้ ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ข่าวกีฬาวันนี้ บอกเลยว่างานนี้บอกเลยว่าคงจะเป็นเกมที่น่าจะเข้มข้นสะใจเพราะผลงานของ ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน ค่อนข้างจะสูสีกัน แต่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อาจจะโดดเด่นกว่านิดหน่อยในฤดูกาลนี้

แมตช์นี้ “หงส์แดง” จะได้มีนักเตะที่สำคัญอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาประจำการหลังจากที่พวกเขาต้องกักตัว และพลาดลงสนามในแมตช์ล่าสุดที่ต้นสังกัด โดนแอสตัน วิลล่า ถล่มยับ 2-7 แต่น่าเสียดายที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังไม่สามารถกลับมาเฝ้าเสาได้ จึงต้องเป็นหน้าที่ของ อาเดรียน ต่อไป

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ขณะที่เจ้าบ้านต้องบอกว่าฟอร์มกำลังเข้าฟักสุดๆ ผ่านเกมลีกเมื่อเก็บชัยเรียบ 4 แมตช์รั้งจ่าฝูงในเวลานี้ แถม 7 เกมในทุกรายการก็ชนะหมดซะด้วย โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญนอกจากกึ๋นในการวางแท็คติกของ คาร์โล อันเชลอตติ แล้ว พวกเขายังได้เพลย์เมกเกอร์ชั้นยอดอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ มาช่วยสร้างสรรค์เกม ขณะที่ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ก็อยู่ในช่วงฟอร์มฮอตซะด้วย

1. ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จะอยู่ต่อไปหรือยุติในวันเสาร์ ?

ภายใต้การกุมของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ ทำให้ เอฟเวอร์ตันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว โดยพวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงต้นฤดูกาล 2020/2021 เมื่อสามารถเก็บชัยชนะในลีกแบบ 100 เปอร์เซนต์จากการลงสนาม 4 เกม และตลอด 7 แมตช์จากการแข่งขันทุกรายการ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ยังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจด้วย

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ซึ่งสวนทางกับ ลิเวอร์พูล แม้ว่าพวกเขาจะเปิดตัวได้สวยในการป้องกันแชมป์ด้วยการเก็บชัยชนะรวด 3 แมตช์แต่แนวรับของพวกเขายังมีปัญหาและเสียประตูแบบไม่น่าพลาด โดยเฉพาะในเกมที่ 4 ที่ ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน หงส์แดงโดนถล่มยับ 2-7 ทำให้ช่วง 2 สัปดาห์ในการพักเบรกทีมชาติ พวกเขามีเวลาในการหลบเลียบาดแผลครั้งนี้ เพื่อสำหรับเตรียมความพร้อมในการทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์

ผลการแข่งขันในการเยือนวิลล่า พาร์ค ไม่ใช่แค่การแพ้ในเกมลีกแมตช์แรกของฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ในเกมอื่นๆ ก่อนหน้านี้พวกเขายังขาดการเล่นที่แน่นอนต่างจากฟอร์มเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ เอฟเวอร์ตัน อาจจะได้ประโยชน์จากจุดนี้เพื่อจัดการเผด็จศึกแชมป์เก่า ก็ได้

2. แฟนบอลลูกหนังได้เห็นการยิงประตูแบบถล่มถลายแน่นอน

สิ่งหนึ่งที่สามารถการันตีได้เลยว่าทุกๆ คนจะได้เห็นที่สนามกูดิสัน พาร์ค ก็คือการยิงประตู เพราะ เอฟเวอร์ตัน ในยุค “คาร์เล็ตโต้” เป็นทีมที่เน้นเกมบุกเป็นหลัก โดยพวกเขามีสถิติในการยิงประตูได้ถึง 12 ลูกเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่เกมรับก็เหนียวแน่นเสียแค่ 5 ประตูเท่านั้น

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ในขณะที่ หงส์แดง ทำคะแนนน้อยกว่าแค่ลูกเดียว แต่สิ่งที่น่าผิดหวังก็คือเกมรับของทีมที่ตอนนี้เสียไปแล้ว 11 ประตู น้อยกว่า เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรที่เสียประตูมากที่สุดในลีกซีซั่นนี้ แค่ 2 ลูกเท่านั้น ฉะนั้นนี่เป็นจุดที่จะทำให้ “หงส์แดง” อาจจะเจอปัญหาใหญ่ได้เลย

สำหรับ เอฟเวอร์ตัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือพวกเขามักจะเสียประตูในบ้าน โดยไม่เสียประตูแค่เกมเดียวในการรับมือกับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ ศึกคาราบาว คัพ เท่านั้น ขณะที่ 9 ประตูจาก 12 ลูกที่ทำได้เกิดขึ้นกับการเล่นในบ้านของพวกเขาใน 2 เกมลีกแมตช์ล่าสุด ส่วน “หงส์แดง” มีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 3.5 จาก 3 ใน 4 แมตช์แมตช์หลังสุดในลีก โดยในนั้นมีประตูที่พวกเขาทำได้ในเกมแพ้ยับ วิลล่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนด้วย

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

หากจำกันได้เกมที่ทั้งสองทีมปะทะกันที่สนามแอนฟิลด์ มีประตูเกิดขึ้นถึง 7 ลูก และเป็น ลิเวอร์พูล ที่คว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 5-2 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์หากจะได้เห็นจำนวนประตูเยอะๆ แบบนั้นอีกครั้งในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ วันเสาร์นี้

3. ลูวิน-ฮาเมส บุคคลสุดอันตรายในเกมลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ไม่มีใครในเวลานี้ที่จะมีฟอร์มการยิงประตูได้เหนือกว่า โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ในฤดูกาลนี้ โดยกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ตะบันไปแล้ว 9 ประตูจาก 6 แมตช์ในการแข่งขันทุกรายการ เหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรปเลยทีเดียว

ฟอร์มที่น่าประทับใจสุดๆ คงจะหนีไม่พ้นการซัด 2 แฮตทริกในลีก ที่สำคัญมันเกิดขึ้นในกูดิสัน พาร์ค ทั้ง 2 แมตช์ซะด้วย ขณะเดียวกัน หัวหอกวัย 23 ปี ยังเพิ่งซัดประตูในการลงเล่นเปิดตัวให้ทัพ “สิงโตคำราม” แมตช์ชนะ เวลส์ ในเกมกระชับมิตรเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

คัลเวิร์ต-ลูวิน กลับมาร่วมทีมหลังเกมทีมชาติด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เพราะผลงานกับ อังกฤษ ยิ่งทำให้เขาเชื่อมั่นในศักยภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญตอนนี้เขาอยู่ในช่วงเข้าฝักเมื่อซัดไปแล้วในลีกถึง 6 ลูกในซีซั่นนี้ และตะบันรวม 9 ประตูจากการลงสนาม 6 เกมในทุกรายการ แน่นอนว่าเขาจะสร้างความหวาดหวั่นให้แนวรับ ลิเวอร์พูล ชัวร์

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ในส่วนของ ฮาเมส โรดริเกซ ต้องบอกว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในระบบการเล่นของ อันเช่ อย่างแท้จริง เพราะเมื่อทีมได้ สตาร์ชาวโคลอมเบีย มาร่วมทัพ พวกเขากลายเป็นสโมสรที่เล่นได้อย่างหวือหวา ศักยภาพของ โรดริเกซ ช่วยให้เกมรุกของทีมมีความไหลลื่น และหลายครั้งที่เขาสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมมากมาย

สถิติการลงเล่นในลีก 4 แมตช์พร้อมกับซัดไป 3 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ น่าจะเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่ทำให้ คล็อปป์ ต้องเปิดตำราศึกษาอย่างหนัก เพื่อจะได้นำไปติวบรรดากองหลังของทีม ที่ตอนนี้เล่นกันค่อนข้างหละหลวม แม้แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เคยเล่นได้นิ่ง ก็ผิดพลาดเยอะในซีซั่นนี้

4. ติอาโก้ และ มาเน่ กลับมาลงสนามอีกครั้งหลัง ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

หนึ่งในเรื่องที่น่ายินดีสำหรับ ลิเวอร์พูล ก็คือการได้ผู้เล่นกำลังสำคัญกลับมาฟิตสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม, ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งนักเตะเหล่านี้คือหัวใจหลักที่จะช่วยให้เกมบุกของ “หงส์แดง” ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

การขาดแดนกลางอย่าง เฮนเดอร์สัน ทำให้ฟอร์มมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ขาดพลังขับเคลื่อนไปเยอะ กอปรกับ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม กับ ฟาบินโญ่ ฟอร์มหลุดไปซะดื้อๆ ไม่ต่างจาก นาบี เกอิต้า ที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้เลย ทำให้แดนกลางของทีมสู้ วิลล่า ไม่ได้เลย

ลิเวอร์พูล

ขณะที่เกมรุกต้องบอกว่าตอนนี้สาวก “เดอะ ค็อป” ยกให้ ซาดิโอ มาเน่ เป็นเบอร์ 1 ไปแล้ว เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ทีมขาด สตาร์ชาวเซเนกัล ก็เหมือนขาดหัวหมู่ทะลวงฟันในการวิ่งทะลุบุกแหลกใส่กองหลังคู่แข่ง ลำพัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่สามารถสู้กับแนวรับร่างยักษ์ได้ตลอด ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ตอนนี้ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงฟอร์มดร็อปที่สุดของเขา

เมื่อ ติอาโก้ และ มาเน่ ซึ่งหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว กลับมาฝึกซ้อมกับทีมได้แล้ว นี่คือนิมิตหมายที่ดีสำหรับ คล็อปป์ ที่จะได้ใช้งานสองนักเตะพรสวรรค์ในเกมที่ค่อนข้างสุดหิน และแน่นอนว่าทั้งสองคนจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำ 3 แต้มกับถิ่นแอนฟิลด์

5. จุดเปลี่ยนของเกมจะเป็นนายประตูหรือไม่

อลีสซงและอาเดรียน นายประตูลิเวอร์พูล

สาวกลิเวอร์พูล คงใจหายไม่น้อยที่ได้ทราบข่าวว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ มือ 1 ชาวบราซิเลียน ยังคงต้องอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บไปอีกซักระยะ ทำให้ทีมจำเป็นต้องใช้งาน อาเดรียน นายทวารเลือดกระทิงดุ ที่เพิ่งจะโชว์ห่วยในเกมแพ้ วิลล่า มาหมาดๆ

การเล่นของ อาเดรียน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในเกมที่วิลล่่า พาร์ค เพราะสถิติระบุชัดเจนว่า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชเคยทำผิดพลาดโดยตรงถึง 5 ครั้งจนทำให้คู่แข่งได้ประตูจากการลงสนามแค่ 21 เกมให้กับ “เดอะ เร้ดส์” เท่านั้น

ทีมลิเวอร์พูล

ขณะที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ฟอร์มการเล่นก็ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เช่นกัน เพราะเขามักจะทำผิดพลาดจนทำให้ เอฟเวอร์ตัน เสียประตูเช่นกัน โดยเฉพาะการเสียสองประตูให้กับทีม ฟลีตวู้ด 5-2 ศึกคาราบาว คัพ และพลาดอีกครั้งในเกมกับ ไบรท์ตัน จนทีมเสียประตู (เอฟเวอร์ตันชนะ 4-2) เป็นสิ่งที่สาวก “เอฟเวอร์โตเนี่ยม” ค่อนข้างเป็นกังวลเช่นกัน

ดังนั้นหากมองในเรื่องตำแหน่งกองหน้า, กองกลาง และกองหลัง ทั้งสองยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ มีดีกันไปคนละแบบ แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเกมที่ ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน นี้มีสิทธิ์ที่จะวัดกันตรงฟอร์มของนายด่านปราการสุดท้าย หากใครทำผิดพลาดอาจมีผลถึงเสียประตู และพ่ายแพ้เลยก็ได้

ติดตาม : วิเคราะห์บอล ล่าสุด