รวมแข้ง! ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

รวมแข้ง ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาล 2020/21 เหล่านักฟุตบอลบางรายก็กำลังจะหมดสัญญากับทีม และกลายเป็นนักเตะไรสังกัด สามารถเลือกย้ายทีมได้แบบฟรีๆ ซึ่งตลอดทศวรรษที่ผ่านมาในวงการฟุตบอลอังกฤษก็มีหลายดีลที่คุ้มค่ามากๆ กับการได้นักเตะค่าตัวฟรีไปร่วมทัพ แล้วสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เราจะพาไปย้อนกลับไปดูสุดยอดดีลฟรีเอเยนต์คุ้มค่าใน พรีเมียร์ลีก

เจย์ เจย์ โอโคชา ย้ายจาก เปแอสเช มา โบลตัน ปี 2002

รวมแข้ง ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียย้ายจาก เปแอสเช มายัง เดอะ ทร็อตเตอร์ส ทันทีหลังฟุตบอลโลก 2002 ต่อมาไม่นาน โอโคชา กลายเป็นตำนานของ โบลตัน ซึ่งเขาโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของทักษะ และไหวพริบในการครองบอล และได้รับตำแหน่งกัปตันทีมในที่สุด ในฐานะกัปตัน โอโคชา พา โบลตัน เข้าถึงรอบชิงลีก คัพ ปี 2004 แต่แพ้ให้กับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ระหว่าง 4 ปีที่อยู่กับทีม โอโคชา ยังช่วยพาทีมเล็กๆ อย่าง โบลตัน อยู่กลางตารางในลีกสูงสุดถึงอันดับ 8 ในปี 2003/04 และ 2005/06 และที่ 6 ในปี 2004/05 ทำให้ในปีถัดมา โบลตัน ได้เข้าไปเล่นยูฟ่า คัพ ซึ่งพวกเขาไปถึงรอบ 32 ทีมสุดท้าย

คริสเตียน ฟุคส์ ย้ายจาก ชาลเก้ 04 มา เลสเตอร์ ซิตี้ ปี 2015

รวมแข้ง ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ปราการหลังเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร สามารถรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาตำแหน่งตัวจริงภายในทีมไว้อย่างเหนียวแน่น ฟุคส์ ไม่ได้มีดีแค่เกมรับอย่างเดียว แต่ยังมีทีเด็ดในการเล่นเกมรุก ฟุคส์ นับเป็นกองหลังที่จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุดอันดับต้นๆ ของลีกและเขาก็มีส่วนช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/16 ขณะที่ตัวเขาเองก็กลายเป็นนักเตะออสเตรียเพียงคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่ อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ เคยทำได้เมื่อปี 1998 กับอาร์เซน่อล

โซล แคมป์เบลล์ ย้ายจาก สเปอร์ส มา อาร์เซน่อลซิตี้ ปี 2001

รวมแข้ง ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษใช้เวลา 12 ปีกับ ไก่เดือยทองตั้งแต่ระดับเยาวชนมายังทีมชุดใหญ่ แต่ปีที่ดีที่สุดของเขาดันเกิดขึ้นกับ เดอะ กันเนอร์ส ในฐานะผู้นำในแผงแนวรับอันสุดแกร่ง แคมป์เบลล์ ช่วยให้ ปืนใหญ่ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย รวมถึงแชมป์ไร้พ่ายในซีซั่น 2003/04 ด้วย นอกจากนี้ ยังได้แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย และไปถึงรอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการมี แคมป์เบลล์ อยู่ในทีม

รวมแข้ง ของฟรีที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ฮาเมส โรดริเกซ ย้ายจาก เรอัล มาดริด มา เอฟเวอร์ตัน ปี 2020

ย้อนกลับไปฟุตบอลโลก 2014 ฮาเมส คือนักเตะที่โดดเด่นที่สุด จากการเป็นดาวซันโว ทำไป 6 ประตู พาทีมชาติ โคลอมเบียเข้ารอบ 8 ทีม หลังจากจบทัวร์นาเมนต์ เราอัล มาดริด ได้จัดการเซนต์สัญญาตัวเขามาร่วมทีมทันที แต่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น เขาก็กลายเป็นส่วนเกินของทีม และถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งาน และเมื่อหมดสัญญากับทาง เรอัล มาดริด เขาก็ได้ย้ายเข้าสู่ทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ปัจจุบันยิงไป 5 ประตู และ 3 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก โดยลูกยิงล่าสุดของเขาก็เกิดขึ้นในเกมเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-3

มิชาเอล บัลลัค ย้ายจาก บาเยิร์น มา เชลซี ปี 2006

ด้วยการถ่ายเลือดใหม่ในเวลานั้นทำให้ สิงห์บลูส์ ได้นำเอาตำนานทีมชาติเยอรมัน และ บาเยิร์น มาแบบไร้ค่าตัวในซัมเมอร์ ปี 2006 กองกลางรายนี้เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกา มาแล้ว 4 สมัย หลังจากย้ายมา บัลลัค มีส่วนสำคัญอย่างมากที่พา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2009/10 ในช่วง 4 ฤดูกาลที่เขาอยู่กับทีม สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ 3 สมัย, ลีก คัพ หนึ่งสมัย, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ หนึ่งสมัย และก็แพ้ในรอบชิง แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2007/08 รวมแล้ว บัลลัค ลงเล่นไปมากกว่า 166 นัดให้กับทีม โดยมีค่าเฉลี่ยมากกว่า 40 นัดต่อฤดูกาลในช่วงเข้าสู่วัยย่าง 30 ปี

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ย้ายจาก เปแอสเช มา แมนฯ ยูไนเต็ด ปี 2016

การเซ็นสัญญากับ อิบราฮิโมวิช มาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง สามารถนำความตื่นเต้นมาให้เหล่าแฟนผีได้ไม่น้อย ซึ่งในฤดูกาลแรก ซลาตัน ยิงได้ถึง 17 ประตู ก่อนที่จะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเส้นเอ็นฉีกขาดในปีถัดมา ซึ่งทำให้เขาได้ลงสนามเพียง 5 เกมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในหนึ่งซีซั่นแบบเต็มๆ นั้น อิบราฮิโมวิช ช่วยให้ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก, อีเอฟแอล คัพ และคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ด้วย

เจมส์ มิลเนอร์ ย้ายจาก แมนฯ ซิตี้ มา ลิเวอร์พูลปี 2015

หลังจาก 5 ปีที่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แมนฯ ซิตี้ เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับ มิลเนอร์ ในฤดูกาล 2014/15 และได้ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา แม้จะอายุแตะหลัก 30 ปี ในตอนที่เซ็นสัญญา แต่ มิลเนอร์ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ ลิเวอร์พูล เข้าถึงรอบชิง แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้ง และคว้าแชมป์ในปี 2019 นอกจากนี้ เขายังเป็นสตาร์เด่นของทีมในขณะที่ หงส์แดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ และตอนนี้ก็ลงสนามไปเกือบ 250 เกม มิลเนอร์ สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง และฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง ด้วยความหลากหลาย และการทำงานอย่างหนักของเขานั้นคือกุญแจแห่งความสำเร็จล่าสุดของ เจอร์เก้น คล็อปป์

ติดตาม ข่าวกีฬาล่าสุด

ติดตาม ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

ติดตาม ตารางคะแนนล่าสุด