ย้อนรอย “ศุภนันท์ บุรีรัตน์” ในวันที่เจอมรสุมบนถนนลูกหนัง!!

หากเอ่ยชื่อ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ในชั่วโมงนั้น แฟนบอลชาวไทย คงไม่มีใคร ไม่รู้จักเขา เพราะเขาคือคนที่ถูกล้อ และตามด่า มากที่สุดแล้ว ทั้งจากแฟนบอลทั่วไป หรือแม้แต่แฟนบอลของ เอสซีจี เมืองทองฯ ต้นสังกัดของเขาเอง แต่จะมีสักกี่คน ที่จะรู้จัก และเข้าใจถึงจิตใจของเขาอย่างลึกซึ้ง

“เซฟ” คือชื่อเล่นของ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2536 เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว 27 ปี ครอบครัวของ เซฟ ถือว่าฐานะปานกลาง พ่อและแม่ของเขาทำอาชีพเจียรนัยพลอยอยู่ที่บ้านเกิดจันทบุรี

สมัยยังเป็นเด็ก ศุภนันท์ ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขาอยากที่จะเล่นตำแหน่งกองหน้า และมี ไมเคิ่ล โอเว่น เป็นฮีโร่ในวัยเยาว์

เขาได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัว และเริ่มต้นชีวิตเล่นฟุตบอลโดยมีคุณพ่อเป็นผู้ฝึกสอนคนแรก จนก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม ศุภนันท์ ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ด้วยการเข้าสู่อะคาเดมี่ของ เจเอ็มจี ในวัย 11 ปี

ซึ่งที่แห่งนี้ เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาศาสตร์ลูกหนังอย่างเต็มเปี่ยมจากโค้ชมากฝีมือ ทั้งชาวไทย และต่างประเทศ จนมีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในไทยจับตามอง เรียกว่าเวลานั้น เขาคือหนึ่งในดาวรุ่งที่หลายฝ่ายคาดว่า จะอนาคตไกลแน่นอน จนที่สุดเขาก็ได้เซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะของทีมใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวัย 17 ปี เมื่อปี 2010

ศุภนันท์ ได้เผยว่า วันที่เขาเซ็นสัญญาฉบับแรกกับ เอสซีจี เมืองทองฯ เขารู้สึกดีใจมาก เพราะในเวลานั้น เอสซีจี เมืองทองฯ คือสโมสรใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และมีนักเตะชื่อดังระดับทีมชาติอยู่ในทีมมากมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เด็กหนุ่มในวัย 17 ปี จะเบียดรุ่นพี่ และได้ลงเล่นให้ทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ในเวลานั้น

ทำให้ ศุภนันท์ ต้องไปเก็บเลเวลกับสโมสรอื่นๆก่อน ในรูปแบบการยืมตัว ทั้งกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด, นครนายก เอฟซี, จันทบุรี เอฟซี, ทีทีเอ็มฯ และ พัทยา ยูไนเต็ด ซึ่งที่ นครนายก เอฟซี นี่เอง ที่เขาได้ถูกจับให้เล่นเป็น “แบ็คขวา” และยึดตำแหน่งนี้มาตลอด

แต่ตลอด 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2010 ที่เขามีสัญญากับทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เขาไม่เคยได้ลงเล่นในสีเสื้อ กิเลนผยอง เลยแม้แต่นัดเดียว จนกระทั่งหมดสัญญาเมื่อปี 2017 แต่ว่าจากผลงานที่เขาเล่นให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในการยืมตัว 3 ฤดูกาล (2015-2017) เขาสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอล “โลมาฟ้าขาว” เป็นอย่างมากเนื่องจากเขาเป็นแบ็คขวาที่เติมเกมรุกได้ดุดัน และเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง จนในที่สุดเขาก็ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018

ต่อมา “เสี่ยเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ได้เคยบอกไว้ว่า แบ็คขวาตัวแทน ทริสตอง โด จะต้องเป็น ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เท่านั้น เพราะสไตล์การเล่นใกล้เคียงกัน และน่าจะเข้ากับบระบบของทีม กิเลนผยอง ได้ดี ทำให้ เอสซีจี เมืองทองฯ เริ่มเปิดโต๊ะเจรจากับ พัทยา ยูไนเต็ด ที่ตอนนั้นเปลี่ยนมาเป็น สมุทรปราการ ซิตี้ แล้ว และสุดท้ายก็ตัดสินใจยืมตัว ศุภนันท์ มาใช้งานในปี 2019 นี้

หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ศุภนันท์ ได้กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจมากที่ได้กลับมาสู่ทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ในครั้งนี้ และอยากพิสูจน์ตัวเองว่ามีดีพอหรือไม่กับการลงเล่นให้กับ เอสซีจี เมืองทองฯ เพราะตลอดเวลาเราก็เคยคิดว่า สักวันจะกลับไปเล่นที่ เมืองทอง ให้ได้อีกครั้ง และมันก็เป็นจริงในที่สุด”

แต่แล้วเรื่องราวของเขาในสีเสื้อของ เอสซีจี เมืองทองฯ กลับเริ่มต้นอย่างไม่สวยงามเท่าไหร่นักเพราะผลงานในปีนี้ของอดีตแชมป์ไทยลีก 4 สมัย ถือว่าน่าตกใจมาก โดย ณ ตอนนี้ เอสซีจี เมืองทองฯ ลงเล่นไป 9 นัด แต่เก็บได้เพียง 7 คะแนน รั้งอันดับรองบ๊วยของศึกไทยลีก และนักเตะที่โดนแฟนบอลวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ก็คือ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ นั่นเอง

ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ได้เปิดใจถึงความรู้สึกลึกๆในตอนนี้ ที่ถูกทุกคนรุมด่าอย่างหนักว่า “มันก็มีเสียใจบ้างครับ ตอนแรกถึงกับเป๋ไปเลย ขาดความมั่นใจ เพราะไม่เคยถูกต่อว่ามากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นบ้างแล้วครับ พยายามที่จะไม่คิดมาก แล้วมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมให้ดีที่สุด”

เมื่อถามว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ทำผลงานได้ไม่ดี เขาได้ตอบว่า “มันก็มีหลายปัจจัยครับ ทั้งสภาพทีม และสภาพจิตใจ ซึ่งก็หวังว่าทีมของเราจะพบจุดเปลี่ยนในเร็วๆนี้”

ติดตามข่าวกีฬาเพิ่มเติม
มีนิวส์สปอร์ต Mee News Sport