ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก”ลิเวอร์พูล” บุกเชือด “เชลซี” 2 – 0 คว้าชัยพรีเมียร์ลีก 2 นัดติด

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เก็บตกเกมหลังการแข่งขัน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 63  “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

“แชมป์เก่า” อย่างลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าคว้าชัยชนะ เพื่อเก็บคะแนนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ผ่านมาบุกเอาชนะ เชลซี ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ไปได้ 2-0 เก็บชัยเป็นนัดที่สองติดต่อกัน และนี่คือประเด็นนักเตะ 6 คนน่าสนใจที่เกิดขึ้นในเกม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดนี้

1. ติอาโก้ ยกระดับแดนกลาง ลิเวอร์พูล

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ติอาโก้ อัลคันทารา เดิมมีชื่อบนม้านั่งสำรองในทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทันทีแม้จะเพิ่งย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค ได้เพียงไม่กี่วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามเมื่อจบพักครึ่งแทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมที่มีอาการบาดเจ็บ

แม้จำนวนตัวผู้เล่นของ หงส์แดง ที่มากกว่าอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ขับจุดเด่นของ ติอาโก้ ในแดนกลางให้เห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้นแต่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยว่าคลาสของมิดฟิลด์ทีมชาติ สเปน ได้สร้างความแตกต่างให้กับทีมทันตา บอลจากเท้าของ ติอาโก้ ในแนวลึกทำให้ผู้เล่นในแดนบนสบโอกาสวิ่งหาพื้นที่เข้าทำได้อย่างต่อเนื่อง

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

โดยสถิติเมื่อจบเกม ติอาโก้ ยังกลายเป็นนักเตะที่ผ่านบอลสำเร็จได้เหนือกว่าแข้ง เดอะบลูส์ คนใดๆ รวมทั้งยังเป็นแข้งที่ผ่านบอลสำเร็จสูงสุดตลอดกาลจากการลงเล่นเพียง 45 นาที นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในซีซัน 2003/04 เป็นต้นมา

2. ตำแหน่งของ เฮนเดอร์สัน จะสั่นคลอนหรือไม่

 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

จากประเด็นข้างต้น การเปลี่ยนตัวตำแหน่งต่อตำแหน่งระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ติอาโก้ ในบทบาทเดียวกันจึงทำให้เราอดคาดการณ์ไม่ได้ว่าบทบาทของกัปตัน เฮนโด้ จะถูกลดลงไปหลังจากนี้เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอีกหนึ่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากกว่า

ชั้นเชิงและวิสัยทัศน์ของ ติอาโก้ เข้าคู่ได้เป็นอย่างดีเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่แพ็คเกมรับลึกอย่างที่ เร้ดแมชีน ดวลกับ สิงห์บลู 10 คนในครึ่งเวลาหลัง นั่นทำให้พื้นที่แดนกลางมีช่องว่างมากพอให้กองกลาง กระทิงดุ จัดการงัดจุดเด่นของตนเองออกมาเล่นงานเกมรับของฝ่ายตรงข้าม

แต่หากพิจารณาลึกลงไป การมีอยู่ของ เฮนเดอร์สัน กับจุดเด่นในการไล่บดบี้คู่แข่งและการเล่นเกมรับอาจเหมาะสมมากกว่าเมื่อทีมต้องดวลกับคู่ต่อสู้ที่พร้อมจะเปิดเกมรุกแลก

3. ฟาบินโญ-ฟาน ไดค์ เข้าคู่

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำถามถึงทางเลือกและชั้นเชิงของนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางหลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ย้ายออกจากทีมจนทำให้ ลิเวอร์พูล เหลือแค่เพียง โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป เป็นทางเลือกในการจับคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ แต่เกมนี้ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องซื้อแข้งใหม่ในตำแหน่งดังกล่าวเสริมทัพแต่อย่างใดเมื่อมีแข้งสารพัดประโยชน์อย่าง ฟาบินโญ พร้อมที่จะรับบทบาทคู่หู

ดาวเตะทีมชาติ บราซิล รับบทบาทสต็อปเปอร์เข้าชนแนวรุกเป็นหน่วยแรกโดยมี ฟาน ไดค์ ประคองสถิติหลังเกมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาทำได้ดีกับบทบาทดังกล่าวด้วยตัวเลขเป็นแข้ง หงส์แดง ที่เอาชนะในการเข้าปะทะได้มากกที่สุด 4 ครั้งจากความพยายามทั้งหมด 7 ครั้ง รวมทั้งยังสามารถตัดบอลได้มากที่สุดในสนามที่จำนวน 4 ครั้ง

4. เกมรุกริมเส้นที่ขาดหายไป

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

สำหรับเกมรุกริมเส้นที่เคยเป็นทีเด็ดของเชลซี มาตลอดในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา กลับเงียบสนิทตลอด 90 นาที นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แม้ในครึ่งแรกตัวผู้เล่นจะยังเท่าเทียมกัน แต่พวกเขาแทบจะหาโอกาสเข้าทำและจบสกอร์ไม่ได้เลย ซึ่ง 2 นัดที่ผ่านมา แฟรงค์ แลมพาร์ด เลือกใช้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ เมสัน เมานท์ และ ติโม แวร์เนอร์ เป็น 3 ประสานในเกมรุกและผลัดกันไปเล่นเป็นตัวริมริมเส้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์เหมือนสมัยที่ยังเป็น พูลิซิช และ วิลเลียน ยืนประจำการได้

5. ก็องเต้ คือ “กองกลางตัวรับ”

 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ตั้งแต่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีม นายใหญ่ตำนานสโมสรรายนี้ยังคงยืนยันว่าจะใช้งาน เอ็นโกโล ก็องเต้ ในฐานะ Box to Box มิดฟิลด์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ก็องเต้ จะต้องมีส่วนร่วมกับการเล่นเกมรุก และจนถึงตอนนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า ความขยันและพละกำลังการวิ่งไล่ไม่มีหมดของเขานั้น มันไม่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างสรรค์เกมบุกให้กับทีมได้ บ่อยครั้งที่วันนี้เขามีโอกาสที่ดีในการทำเกมในแดนหน้า แต่ก็ติด ๆ ขัด ๆ ทำพลาดไปเสียหมด ในขณะที่เกมรับเจ้าตัวกลับโดดเด่นในการไล่กวดสร้างความปั่นป่วนให้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยตลอด 90 นาทีในเกมวันนี้

6. เคปา แจกโชคอย่างต่อเนื่อง

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เป็นเกมที่มีจุดอ่อนของนายทวารเลือดกระทิงดุรายนี้ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อทีม นั่นคือ “การเล่นบอลด้วยเท้า” ที่ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเรามักจะเห็นได้ถึงความผิดพลาดบ่อยเมื่อเจ้าตัวต้องใช้ขาเล่นกับบอล ซึ่งมันขัดกับแนวทางการเล่นของทีมอย่างชัดเจน ที่ต้องการเซ็ตเกมบุกจากหน้าปากประตู แต่กลับมีผู้รักษาประตูที่ไม่สามารถเอาแน่เอานอนในการออกบอลแบบนี้ นี่ยังไม่นับฟอร์มการเซฟที่ดร็อปลงไปจนถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าสวนทางกับค่าตัว 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

หลังจบเกม คลอปป์ ให้สัมภาษณ์ชื่นชมลูกทีมคนใหม่ว่า “เราตัดสินใจส่ง ติอาโก ลงสนามทันที เนื่องจากเราอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้เล่น 11 คน ในขณะที่คู่แข่งเหลือ 10 คน และนักเตะแบบเขาสามารถคุมจังหวะของเกมได้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา และเพื่อนร่วมทีมก็ช่วยเหลือเขาในการปรับตัวได้มากทีเดียว”

ส่วนตารางคะแนน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หลังจบนัดที่ 2 ลิเวอร์พูล เก็บ 6 คะแนนเต็ม เท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน, อาร์เซนอล และ คริสตัล พาเลซ แต่ “หงส์แดง” ยังรั้งอันดับ 4 เนื่องจากผลต่างประตูได้-เสียอยู่ที่ +3 เป็นรองจ่าฝูง เลสเตอร์ (+5), เอฟเวอร์ตัน (+4) และ อาร์เซนอล (+4) ตามลำดับ

.

.

.

ติดตาม : วิเคราะห์ฟุตบอล

ติดตาม : ข่าวกีฬา ล่าสุด

ติดตาม : ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด


บทความที่น่าสนใจ