ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเชลซีจากเยอรมนี

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี
ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี (Timo Werner) เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1996 เขาเริ่มหลงใหลในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่ามีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลจึงทำให้เขาได้เข้าไปคลุกคลีอยู่ในสนามซ้อมตั้งแต่มีอายุเพียงไม่กี่ขวบ ก่อนที่ในเวลาต่อมา แวร์เนอร์ จะผ่านการทดสอบฝีเท้าและเข้าไปเป็นเยาวชนของอคาเดมี่สโมสร สตุ๊ตการ์ต

แวร์เนอร์ เริ่มฝึกฝนฝีเท้าซึ่งมีความฝันว่าต้องการจะก้าวขึ้นไปเป็นศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดในประเทศเยอรมัน โดยมีไอดอลคือ มาริโอ โกเมซ นั่นเอง แวร์เนอร์ เริ่มมีผลงานไปสะดุดตาทางสต๊าฟโค๊ชในทีม จนถูกผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเล่นอยู่ในทีมเยาวชนชุด U-17 ก่อนที่จะถล่มประตูเป็นว่าเล่น ด้วยการทำไปถึง 32 ประตู และอีก 6 แอสซิสต์

หลังจากนั้นในวัย 16 ปี ติโม แวร์เนอร์ ได้ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุด U-19 ซึ่งเขาก็ยังคงทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแบบต่อเนื่อง โดยสามารถทำไปทั้งสิ้น 25 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จนกระทั่งในซีซั่นต่อมาเขาได้ถูกดึงขึ้นมาเล่นอยู่บนทีมชุดใหญ่ของสโมสร สตุ๊ตการ์ต ในทันที นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดของทีม สตุ๊ตการ์ต ที่ได้ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ ด้วยวัยเพียง 17 ปี 4เดือน

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี

ติโม แวร์เนอร์ ลงสนามเป็นครั้งแรกในศึก บุนเดสลีก้า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2013 โดยเป็นเกมที่พบกับ เลเวอร์คูเซ่น และต่อมาในวันที่ 22 กันยายน 2013 เขาสามารถเบิกสกอร์แรกบนลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันได้สำเร็จ ในเกมที่เจอกับ ไอทรัคต์ แฟร้งค์เฟิร์ต และหลังจากนั้นวันที่ 10 พฤศจิกายน แวร์เนอร์ ก็ได้มีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ ไฟร์บวร์ก ไปได้ 3-1 จากการทำประตูช่วง 2-0 และ 3-1 นั่นจึงทำให้ ติโม แวร์เนอร์ กลายเป็นดาวเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุด หรอ บุนเดสลีก้า ที่สามารถทำได้ถึงสองประตูในเกมเดียวกันได้

จนกระทั่งในฤดูกาล 2015-2016 สโมสร สตุ๊ตการ์ต ถึงจุดตกต่ำและต้องตกชั้นไปเล่นในลีกรอง ทำให้ตัวของ ติโม แวร์เนอร์ เริ่มเป็นที่สนใจและได้รับข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะต้องสินใจย้ายไปค้าแข้งกับสโมสร แอร์เบ ไลป์ซิก

ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่เขาได้ก้าวขึ้นมาค้าแข้งอยู่กับทีมชุดใหญ่ของ สตุ๊ตการ์ต เขาสามารถทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 13 ประตู จากการลงสนามไป 95 เกม

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์
ประวัติ ติโม แวร์เนอร์

วันที่ 11 มิถุนายน 2016 ติโม แวร์เนอร์ ได้บรรลุข้อตกลงกับทางสโมสร แอร์เบ ไลป์ซิก โดยเซ็นสัญญากับทางสโมสรไปทั้งสิ้น 4 ปี และรับค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านยูโร หรือประมาณ 388 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติการย้ายที่มีค่าตัวสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยทีเดียว

เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ แอร์เบ ไลป์ซิก ในทันทีก่อนที่จะเริ่มถล่มประตูคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมในทุกซีซั่นมาโดยตลอด จนทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปเริ่มให้ความสนใจที่จะดึงตัวดาวยิงอนาคตไกลอย่าง ติโม แวร์เนอร์ มาไปเสริมแกร่ง โดยเฉพาะกับทางสโมสร ลิเวอร์พูล ที่ได้มีข่าวกับตัวนักเตะรายนี้มาโดยตลอด

แต่เจ้าตัวกลับไม่ออกมาตอบโต้กับข่าวดังกล่าวเลยแม้แต่นิดเดียว กลับมุ่งหน้าโชว์ผลงานด้วยการทำประตูให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีก้า ด้วย 28 ประตู โดยเป็นรองเพียงแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ทำไปได้ 34 ประตูนั่นเอง

ด้วยฟอร์มการเล่นและผลงานที่ดูร้อนแรงเป็นอย่างมากของ ติโม แวร์เนอร์ จึงทำให้ถ้า ลิเวอร์พูล เริ่มให้ความสนใจที่จะทำการยื่นข้อเสนอให้กับแข้งรายนี้ได้พิจารณา แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ และเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับสโมสร เชลซี คู่แข่งร่วมลีกของ ลิเวอร์พูล เพราะ แวร์เนอร์ มีความชื่นชอบในวิธีและสไตล์การเล่นของทัพสิงห์บลูส์ บวกกับมีความต้องการที่จะร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับตำนานของสโมสร เชลซี อย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ประวัติ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าเยอรมนี
แวร์เนอร์ สนใรร่วมทีมเชลซี

วร์เนอร์ ได้ลงเล่นในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก ด้วยการมีชื่อติดอยู่ในทีมชุดลุยศึก ยูโร U-17 เมื่อปี 2012 ก่อนที่ในปี 2017 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ในเกมนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติอังกฤษ และ อาเซอร์ไบจาน

แวร์เนอร์ สามารถทำได้ 2 ประตูในเกมที่พบกับ ทีมชาติแคเมอรูน ในรายการ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และสามารถช่วยให้ทีมชาติเยอรมันแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ พร้อมทั้งรับรางวัลรองเท้าทางคำจากผลงานที่ยอดเยี่ยม

ติดตามเรา เพื่อไม่พลาดข่าวกีฬา กับ ข่าวกีฬาวันนี้ อัปเดทข่าวใหม่ทุกวัน

ติดตาม  ข่าวฟุตบอล คลิ๊ก

ติดตาม  ไฮไลท์ฟุตบอล ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด คลิ๊ก